8 เคล็ดลับ การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสม

วันนี้เราจะมาดูกันว่า "เราควรเลือกกระเป๋าเดินทางยังไง ให้เหมาะกับการเดินทางอันแสนวิเศษของเรากัน" กระเป๋าเดินทางก็เหมือนเพื่อนคู่ใจที่เราต้องพกพาไปไหนต่อไหน แต่ถ้าหากว่ากระเป๋าเดินทางไม่เหมาะสม เช่น ขนาดใหญ่เกินไป, ขนาดเล็กไป, พกพาไม่สะดวก หรือ ล้อลากเสีย อาจทำให้ ทริป ของเรานั้นหมดสนุกไปด้วยเนอะว่ามั้ย

ขอแนะนำเคล็ดลับดีๆในการเลือกกระเป๋าเดินทางนะครับ

1.) ขนาดกระเป๋า

ก่อนอื่นอาจจะต้องพิจารณาก่อนว่าเราต้องการกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่แค่ไหน เพื่อให้เหมาะสมกับการเดินทางของเราครับ


หากเดินทางประมาณ 1-3 วัน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 18-20 นิ้ว

หากเดินทางประมาณ 4-6 วัน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 24 นิ้ว

หากเดินทางไปประมาณ 7-10 วัน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 28 นิ้ว


แต่หากเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องต้องเป็นกระเป๋าที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินกับกฏระเบียบของสายการบินด้วย

carry on bag

carry on size

Source: http://nokair.com/content/th/journey-planning/baggage-information.aspx

ขอบคุณรูปภาพจาก Nokair

2.) ความแตกต่างระหว่าง Soft Case กับ Hard Case หรือ เรียกง่ายๆ ว่า กระเป๋าผ้า (ทรงนิ่ม) กับกระเป๋าไฟเบอร์ (ทรงแข็ง) หลายคนอาจจะสงสัยว่า กระเป๋าแบบไหนดีกว่ากันนะ ซึ่งจริงๆแล้วอยู่ที่ความชอบส่วนตัวมากกว่าครับ เพราะแต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสียต่างกันครับ มาดูกันเลยดีกว่าว่าต่างกันตรงไหน


Soft Case มักจะผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสมไนล่อน จะยืดหยุ่นได้เยอะกว่า ทนกว่าเพราะถึงแม้จะโดนจับโยนก็ไม่ค่อยเกิดการเสียหายบนตัวกระเป๋า แต่ก็ต้องระวังของภายในแตก เพราะอาจไม่มีโครงสร้างกันกระแทกเหมือนกัน Hard case


Hard Case กระเป๋าผลิตจากวัสดุ ABS, PC ที่มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก ทำให้สิ่งของไม่เสียรูปทรง และน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก

Blue ABS Fiber Bag

Source: www.vc-bag.com


3.) ล้อ


ล้อที่ดีที่สุดควรเป็นล้อยางทั้งลูก ชนิดที่มีตลับลูกปืน ตัวล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางโดยเฉพาะกระเป๋าเดินทางที่ไว้ใต้ท้องเครื่องบิน เพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้ สำหรับกระเป๋าเดินทางที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ควรดูขนาดให้ถูกตามกฎเกณฑ์ของสายการบินที่เค้ากำหนดไว้ปกติมักจะไม่เกิน 20 นิ้ว


แนะนำให้มองหากระเป๋าเดินทางล้อลาก แบบ 4 ล้อ ไว้ก่อน เพราะจะช่วยผ่อนแรงได้เยอะ และไม่ต้องกังวลว่าลากไปลากมาแล้วจะล้มอีกด้วย (แต่ก็แน่นอนว่าราคาแบบ 4 ล้อ. สูงกว่า 2 ล้อแน่นอนครับ)


4.) หูหิ้ว


หูหิ้วแบบยืดหด ควรติดตั้งและยึดเกาะกับกระเป๋าได้เป็นอย่างดี ถ้าเป็นแบบพับ ก็ต้องแนบติดกับตัวเดินทาง เพื่อป้องกันความเสียหายของเสาคันชัก เวลาเราชักเข้าชักออก


5.) Denier (หน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า)


Denier เป็นหน่วยของการวัดขนาดเส้นใยที่ใช้ในการทอผ้า dinier ยิ่งมากจะทำให้ผ้าหนักยิ่งขึ้น สำหรับวัสดุที่นำมาทอเป็นผ้าก็ให้ความแข็งแรงแตกต่างกันด้วย เช่น โพลีเอสเตอร์ (Polyester) 1800 denier แข็งแรงกว่า Polyester 1200 denier แต่แข็งแรงน้อยกว่า Ballistic nylon 1050 denier โดยทั่วไป ตามสายการบินจะไม่ยอมรับความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางที่ทำด้วยผ้า 600-700 denier


กระเป๋าเดินทาง ทุกยี่ห้อ จะรับประกันก็ต่อเมื่อ มีความเสียหายที่เกิดจากการผลิตเท่านั้น เช่น ซิปผิดปกติ รอยเย็บเบี้ยว หูลากหลุด หรือน็อตหลุด การรับประกันส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ผลิตไม่ใช่เป็นของร้านที่ขาย ดังนั้นไม่ควรไปเชื่อกับการรับประกันของร้านมากนัก เวลาเลือกซื้อควรตรวจตรา ดูองค์ประกอบต่างๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสิ้นใจซื้อเสมอ


6.) การซื้อกระเป๋าเดินทาง เป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง

การคุ้มค่าในการลงทุนซื้อ กระเป๋าเดินทาง ขึ้นอยู่กับอายุของการใช้งานของ กระเป๋าเดินทาง ถ้าคุณจ่ายเงินสองเท่าเพื่อซื้อกระเป๋าเดินทางที่มีอายุใช้งานนานขึ้น 4 ปี ก็ถือว่าคุ้มค่า แต่อย่าลืมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วยนะครับ