8 เคล็ดลับ การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสม

August 24, 2015

 

วันนี้เราจะมาดูกันว่า "เราควรเลือกกระเป๋าเดินทางยังไง ให้เหมาะกับการเดินทางอันแสนวิเศษของเรากัน" กระเป๋าเดินทางก็เหมือนเพื่อนคู่ใจที่เราต้องพกพาไปไหนต่อไหน แต่ถ้าหากว่ากระเป๋าเดินทางไม่เหมาะสม เช่น ขนาดใหญ่เกินไป, ขนาดเล็กไป, พกพาไม่สะดวก หรือ ล้อลากเสีย อาจทำให้ ทริป ของเรานั้นหมดสนุกไปด้วยเนอะว่ามั้ย

 

ขอแนะนำเคล็ดลับดีๆในการเลือกกระเป๋าเดินทางนะครับ

 

1.) ขนาดกระเป๋า

 

ก่อนอื่นอาจจะต้องพิจารณาก่อนว่าเราต้องการกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่แค่ไหน เพื่อให้เหมาะสมกับการเดินทางของเราครับ

 

หากเดินทางประมาณ 1-3 วัน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 18-20 นิ้ว

หากเดินทางประมาณ 4-6 วัน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 24 นิ้ว

หากเดินทางไปประมาณ 7-10 วัน แนะนำให้ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 28 นิ้ว

 

แต่หากเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องต้องเป็นกระเป๋าที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินกับกฏระเบียบของสายการบินด้วย
 

 

Source: http://nokair.com/content/th/journey-planning/baggage-information.aspx

ขอบคุณรูปภาพจาก Nokair

 

2.) ความแตกต่างระหว่าง Soft Case กับ Hard Case หรือ เรียกง่ายๆ ว่า กระเป๋าผ้า (ทรงนิ่ม) กับกระเป๋าไฟเบอร์ (ทรงแข็ง) หลายคนอาจจะสงสัยว่า กระเป๋าแบบไหนดีกว่ากันนะ ซึ่งจริงๆแล้วอยู่ที่ความชอบส่วนตัวมากกว่าครับ เพราะแต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสียต่างกันครับ มาดูกันเลยดีกว่าว่าต่างกันตรงไหน

 

Soft Case มักจะผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสมไนล่อน จะยืดหยุ่นได้เยอะกว่า ทนกว่าเพราะถึงแม้จะโดนจับโยนก็ไม่ค่อยเกิดการเสียหายบนตัวกระเป๋า แต่ก็ต้องระวังของภายในแตก เพราะอาจไม่มีโครงสร้างกันกระแทกเหมือนกัน Hard case

 

Hard Case กระเป๋าผลิตจากวัสดุ ABS, PC ที่มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก ทำให้สิ่งของไม่เสียรูปทรง และน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Source: www.vc-bag.com

 

3.) ล้อ

 

ล้อที่ดีที่สุดควรเป็นล้อยางทั้งลูก ชนิดที่มีตลับลูกปืน ตัวล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางโดยเฉพาะกระเป๋าเดินทางที่ไว้ใต้ท้องเครื่องบิน เพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้ สำหรับกระเป๋าเดินทางที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ควรดูขนาดให้ถูกตามกฎเกณฑ์ของสายการบินที่เค้ากำหนดไว้ปกติมักจะไม่เกิน 20 นิ้ว

 

แนะนำให้มองหากระเป๋าเดินทางล้อลาก แบบ 4 ล้อ ไว้ก่อน เพราะจะช่วยผ่อนแรงได้เยอะ และไม่ต้องกังวลว่าลากไปลากมาแล้วจะล้มอีกด้วย (แต่ก็แน่นอนว่าราคาแบบ 4 ล้อ. สูงกว่า 2 ล้อแน่นอนครับ)

 

4.) หูหิ้ว

 

หูหิ้วแบบยืดหด ควรติดตั้งและยึดเกาะกับกระเป๋าได้เป็นอย่างดี ถ้าเป็นแบบพับ ก็ต้องแนบติดกับตัวเดินทาง เพื่อป้องกันความเสียหายของเสาคันชัก เวลาเราชักเข้าชักออก

 

5.) Denier (หน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า)

 

Denier เป็นหน่วยของการวัดขนาดเส้นใยที่ใช้ในการทอผ้า dinier ยิ่งมากจะทำให้ผ้าหนักยิ่งขึ้น สำหรับวัสดุที่นำมาทอเป็นผ้าก็ให้ความแข็งแรงแตกต่างกันด้วย เช่น โพลีเอสเตอร์ (Polyester) 1800 denier แข็งแรงกว่า Polyester 1200 denier แต่แข็งแรงน้อยกว่า Ballistic nylon 1050 denier โดยทั่วไป ตามสายการบินจะไม่ยอมรับความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางที่ทำด้วยผ้า 600-700 denier

 

กระเป๋าเดินทาง ทุกยี่ห้อ จะรับประกันก็ต่อเมื่อ มีความเสียหายที่เกิดจากการผลิตเท่านั้น เช่น ซิปผิดปกติ รอยเย็บเบี้ยว หูลากหลุด หรือน็อตหลุด การรับประกันส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ผลิตไม่ใช่เป็นของร้านที่ขาย ดังนั้นไม่ควรไปเชื่อกับการรับประกันของร้านมากนัก เวลาเลือกซื้อควรตรวจตรา ดูองค์ประกอบต่างๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสิ้นใจซื้อเสมอ

 

6.) การซื้อกระเป๋าเดินทาง เป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง

 

การคุ้มค่าในการลงทุนซื้อ กระเป๋าเดินทาง ขึ้นอยู่กับอายุของการใช้งานของ กระเป๋าเดินทาง ถ้าคุณจ่ายเงินสองเท่าเพื่อซื้อกระเป๋าเดินทางที่มีอายุใช้งานนานขึ้น 4 ปี ก็ถือว่าคุ้มค่า แต่อย่าลืมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วยนะครับ

 

7.) ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่กว่าจะหนักมากกว่า

 

สิ่งของที่คุณจะบรรจุลงในกระเป๋าเดินทางอาจมีน้ำหนักประมาณ 20-30 กก. แต่น้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่ใหญ่เล็กต่างกัน 4-6 นิ้ว อาจมีน้ำหนักต่างกันเพียงครึ่งกิโลเท่านั้น และคุณจะรู้ว่า ถ้ากระเป๋าเดินทางไม่พอคุณต้องซื้ออีกใบที่ น้ำหนักอย่างต่ำก็ ประมาณ 3-4 กก. ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นอีก มองดูแล้วมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

 

8.) กระเป๋าเดินทางใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป

 

คนทั่วไปจะบรรจุสิ่งของลงในกระเป๋าขนาด 26 นิ้วได้พอดี ดังนั้นก็ไม่ควรใช้กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่กว่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการยกของหนัก เช่น ปวดหลัง หรือปวดแขน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก caggioni


 

Please reload